m.me/newstoday2000ja

การบริหารจัดการระบบประกันสังคมในศตวรรษที่ 21

 

  การบริหารจัดการระบบประกันสังคมในศตวรรษที่ 21

     การประกันสังคมถือได้ว่าเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนให้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิตและการทำงาน โดยอาศัยหลักของการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขและการบริโภคข้ามเวลา (Intertemporal Consumption) ผ่านความร่วมมือกันขององค์กรไตรภาคี(นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล) ในการสร้างสรรค์ให้เกิดหลักประกันขั้นพื้นฐานแก่ผู้ทำงาน อันเป็น กุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต อย่างไรก็ตาม ระบบประกันสังคมในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของการจ้างงานที่ไม่เป็นมาตรฐาน(Non-Standard Form of Employment : NSFE) หรือการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศซึ่งเป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย จะต้องมีการปฏิรูประบบประกันสังคม เพื่อที่จะรักษาเสถียรภาพในระยะยาวของกองทุน และสามารถเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้แก่ประชาชนทุกคนได้อย่างยั่งยืน

 

     สำหรับประเทศไทยการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเกิดขึ้นในอัตราที่ค่อนข้างเร็ว โดยอัตราส่วนพึ่งพิงวัยชรา (Old-aged Dependency Ratio) ในปี 2558 อยู่ที่ 20.9 และจากการคาดการณ์พบว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเป็น 41.4 ในปี พ.ศ. 2578 หรือในอีก 20 ปีข้างหน้าซึ่งอัตราเร็วในการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการพึ่งพิงวัยชรานี้สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากประเทศสิงคโปร์ การเข้าสู่สังคมผู้อายุนอกจากก่อให้เกิดความไม่มั่นคงขึ้นกับระบบประกันสังคม สวัสดิการ และภาระด้านการคลังของประเทศแล้ว ยังส่งผลให้จำนวนประชากรวัยแรงงานที่เป็นปัจจัยในการผลิตพื้นฐานมีจำนวนลดลง และกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม

     อีกหนึ่งปัจจัยความท้าทายคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและค่านิยมในการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความมีอิสระ ทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปสู่ยุคของ GIG Economy ที่การทำงานจะเป็นลักษณะที่ไม่เป็นมาตรฐาน เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและมีความยืดหยุ่น ตัวอย่างเช่น การทำงานไม่เต็มเวลา(Part Time) และการประกอบอาชีพอิสระ (Freelance) เป็นต้น ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในรูปแบบเดิมไม่มีความชัดเจน ซึ่งผู้ทำงานจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามหลักประกันสังคมที่มีอยู่ในปัจจุบัน

 

     นอกจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและแนวโน้มการจ้างงานในยุค GIG Economy แล้ว การเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการระบบประกันสังคม ปัจจุบันประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกของประชาคม ASEAN ซึ่งในอนาคตการเคลื่อนย้ายแรงงานจะเป็นไปอย่างเสรีมากยิ่งขึ้น ทำให้โอกาสที่จะเกิดความไม่ต่อเนื่องขึ้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประกันสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของเงินบำนาญชราภาพ ที่จะต้องอาศัยความต่อเนื่องในการจ่ายเงินสมทบเข้าสู่ระบบ

     จากปัจจัยความท้าทายข้างต้นทำให้ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ภาคเอกชน ลูกจ้าง หรือประชาชนทั่วไปจะต้องมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวโดยในฉบับนี้ผมจะขอนำเสนอแนวทางที่รัฐบาลและกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครบวงจรโดยมุ่งเน้นการปฏิรูปองค์กรและกฎหมาย ให้มีความยืดหยุ่นและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนายจ้างและผู้ประกันตนตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจด้านการเงิน (Financial Literacy) ให้แก่ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการออมและการบริหารจัดการทางการเงิน โดยเฉพาะเพื่อเป้าหมายในการเกษียณอายุ

 

     จนไปถึงการปฏิรูประบบประกันสังคมไปสู่ยุคดิจิทัลภายใต้วิสัยทัศน์ Digital SSO เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการดำเนินงานและลดต้นทุนของการทำธุรกรรมให้แก่ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง พร้อมทั้งมีแผนที่จะปฏิรูปการลงทุนของกองทุนประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพและผลตอบแทนที่สูงขึ้นสอดคล้องกับทิศทางความเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประชาชนมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังได้ดำเนินการขยายความร่วมมือในเรื่องของความตกลงด้านการประกันสังคม (Social Security Agreement : SSA) กับประเทศที่แรงงานไทยเดินทางเข้าไปทำงานหรือมีประชาชนของประเทศเหล่านั้นเข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศ ผู้ทำงานมีหลักประกันชีวิตที่มั่นคงและต่อเนื่อง ก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากโลกาภิวัตน์ได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ในฉบับต่อไปผมจะได้นำเสนอแนวทางการปรับตัวของลูกจ้างและนายจ้างเพื่อเตรียมพร้อมรองรับต่อความท้าทายที่จะส่งผลกระทบต่อสวัสดิการและความมั่นคงในการใช้ชีวิตในอนาคตต่อไป

 

10 ธันวาคม 2560

ผู้ชม 1505 ครั้ง

DOWNLOAD ตัวอย่างหนังสือเชิญประชุม

ประชุมวิสามัญ
  • กรรมการเข้า-ออก
  • เพิ่มทุน
  • ลดทุน
  • แก้ไขวัตถุประสงค์
  • ย้ายสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • แก้ไขข้อบังคับ
  • จ่ายเงินปันผล
  • ควบบริษัท
  • เปลี่ยนชื่อบริษัท
  • แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็น บริษัทจำกัด
  • เลิกบริษัท-ขั้นตอนที่ 1 เชิญประชุม
  • เลิกบริษัท-ขั้นตอนที่ 2 ประกาศแจ้งเจ้าหนี้ลูกหนี้
  • เลิกบริษัท-ขั้นตอนที่ 3 เชิญประชุมอนุมัติงบ
  • เลิกบริษัท-ขั้นอตนที่ 4 เสร็จชำระบัญชี
  • เลิกห้างหุ้นส่วน-ประกาศเจ้าหนี้ลูกหนี้
  • ฯลฯ (สอบถามเพิ่มเติมได้)
ประชุมสามัญประจำปี
      • เชิญประชุมปิดงบการเงิน สามัญ-ประจำปี
Engine by shopup.com